Kiss x No. 05
posted on 26 Jan 2011 01:28 by popsical-kwan
Kiss x No. 05
So Hot
แผ่นหลังเล็กถูกมือหนาสอดรับประคองให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนท่อนแขนแข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจะช้อนอุ้มร่างขาวจัดขึ้นแนบอก คาซึยะในสภาวะงัวเงียครึ่งหลับครึ่งตื่นขยับร่างแนบชิดกับอกกว้าง กลิ่นกายชื้นเหงื่อของคาเมะและเจ้าของร่างสูงผสมปนเปจนแยกไม่ออก แต่ก็ให้ความรู้สึกดีจนต้องเผลอกดจมูกลงกับต้นคอหนาสูดเอากลิ่นของเสน่หาไว้จนเต็มปอด จินหยุดก้าวเท้าไปราวหนึ่งจังหวะเพื่อก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่กำลังทำท่าคล้ายลูกแมวตัวเล็กจอมอ้อน อารมณ์ปรารถนาที่มอดดับไปเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้วเริ่มก่อตัวคล้ายพายุทะเลทราย รุนแรง เร้าร้อน เตรียมพร้อมจะกวาดต้อนทุกอย่างให้จมหายไปในพายุแห่งอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า
“คาเมะทำให้จินคลั่งอีกแล้ว…” จากพื้นพรมสู่เตียงกว้าง เพียงแค่แผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มสบายเซนเซก็กลับตื่นเต็มตา สีน้ำตาลเข้มจัดในหน่วยตาคมเผยความต้องการที่ถูกจุดขึ้นใหม่ราวกับไม่เคยพอ แต่จินก็ยังรอ รอคอยให้คาเมะอนุญาตด้วยรู้ดีว่าพิศวาสก่อนหน้ามันร้อนแรงจนคนรักอ่อนปวกเปียกไม่เหลือแรงแม้แต่จะขยับร่างกาย
“ได้ไหม...” คนเก่งทำปากยื่นอย่างขัดใจ คาเมะอยากปฏิเสธเพราะรู้ดีว่ายังมีสัมมนาเชิงวิชาการรออยู่ และคาเมะก็ควรรีบพักผ่อนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่จินก็ร้ายกาจนัก ชายหนุ่มคร่อมสองแขนไว้ระหว่างร่างเล็ก ช่วงขายาวทาบทับเรียวขาขาวพร้อมกับขยับเสียดสีน้อยๆ มุมปากได้รูปยกยิ้มอย่างรอคอยคำตอบ
“พรุ่งนี้เรามีสัมมนา”
“แต่มันเพิ่งตีสองเท่านั้นเอง ขออีกนะ รับรองว่าไม่เกินตีสี่” แก้มเนียนเป็นสีจัด ร้อนจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อได้ยินประโยคขอร้องอย่างตรงไปตรงมา สาบานว่าคาเมะอยากปฏิเสธแต่มือไม้ที่เริ่มจับต้อง ลูบไล้ไปทั่วสีข้างจากด้านบนต่ำลงจนพบสะโพก ต้นขาเนียนก่อนจะวกกลับมากลางลำตัวเรียกเสียงครางครวญและอาการหอบหายใจรุนแรงส่งให้อกบางสะท้อนขึ้นลง ยั่วสายตาจนไม่อาจปล่อยทิ้งให้มันเดียวดาย ริมฝีปากและลิ้นร้อนดูดกลืนด้วยจังหวะเดียวกับปลายนิ้วแกร่งที่ขยับประคองส่วนออกไหว ร่างเล็กรู้สึกได้ถึงความคับแน่น จุกเสียดในช่องท้องไร้ซึ่งหนทางระบายออกนอกจากเสียงครางร่ำไห้ด้วยความสุขยาวลึกในคออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ว่าจะเสนอตัวให้เท่าไหร่ก็ดูเหมือนไม่ชิดใกล้ ไม่สาสม ยังไม่มากพอ สำหรับการระเบิดอย่างต่อเนื่องที่จินกำลังก่อให้เกิด แขนเล็กรัดรอบลำคอหนากดใบหน้าจินให้จมอยู่กับผิวเนื้อหอมหวาน บดเบียด คลึงเคล้าจนแทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
อาจารย์คนเก่งขยับนั่งหลังตรงพลอยทำให้จินต้องปล่อยมือเพื่อใช้ตรึงแผ่นหลังเล็กให้กระชับชิด ได้ยินเสียงร้องครางอย่างน่าสงสารเพราะอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า จินก็ยิ่งรวดร้าว ชายหนุ่มหยุดสัมผัสที่ซอกคอขาวเปลี่ยนเป็นมอบจุมพิตหวามไหว เร้าอารมณ์ให้ยิ่งกระเจิดกระเจิงด้วยปลายลิ้นที่ฉกเข้าซอกซอนแตะลิ้นคาเมะจนมันตื่นตัวต่อสู้กับการรุกราน แม้จะอ่อนด้อยในประสบการณ์แต่ก็มุ่งมั่นจนชายหนุ่มร้อนในอก
“ตอนนี้เลยนะ...” เสียงนั้นแหบพร่าจนคาเมะจับใจความไม่ได้ รู้เพียงสะโพกถูกจับยกแค่น้อยนิดก่อนร่างทั้งร่างจะถูกปล่อยลงโดยมีจินแทรกเข้าสู่ความอ่อนนุ่มด้านใน เป็นการหลอมรวมที่รวดเร็ว รุนแรง กระแทกกระทั้นแต่ก็แสนจะหฤหรรษ์จนไม่สามารถปฏิเสธได้
“อึ่ก...จิน...เรา...”
“ดีพอไหมคนเก่ง” จินขยับปากถามอยู่บนกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำของคาเมะ ทรมานด้วยการโยกคลึงพร้อมกับจับสะโพกอ่อนไหวให้หมุนตาม คาเมะครางต่ำอย่างไร้การต้านทานตรึงต้นคอจินไว้ด้วยสองมือ พร้อมกับบดปากเข้าหาด้วยความรุนแรงไม่ต่างกัน
“พอ...เรา...พอแล้ว...”
“ไม่ไปสัมมนาไม่ได้หรือ...”
“ไม่ได้ นายเองก็ต้องไปถ่ายรายการต่อไม่ใช่หรือไง นี่มันจะสว่างแล้วนะ รีบกลับไปเลย” คาซึยะเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็พบว่าเป็นเวลาเกือบ 6 โมงเช้า เขาเพิ่งได้หลับไปไม่ถึงสองชั่วโมงก็จำต้องตื่นขึ้นเพื่อปลุกคนรักตัวโตที่ทำท่าว่าจะเกงานเอาดื้อๆ
“ไม่อยากไปเลย”
“ไม่ได้นะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย อย่าทำให้คนอื่นต้องรอสิ!” นักร้องคนดังกดใบหน้าลงกับฟูกนอน คิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ แต่มือหนายังเกาะแกะอยู่แถวเอวบาง
“จินเหนื่อย ไม่มีแรงเลย เมื่อคืน...โอ๊ย เจ็บนะ!”
“เจ็บก็รีบลุกขึ้น ไปได้แล้ว” มือเล็กแต่เรี่ยวแรงไม่เบาเลยคาเมะใช้หมัดชกหัวไหล่หนาเพื่อกระตุ้นเตือน จินทำหน้ามุ่ยแต่ก็ยอมลุกขึ้นนั่งมองร่างคนรักที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเนื้อนุ่ม คาซึยะตวัดหางตามองอดีตนักเรียนตัวโตของตัวเองด้วยสีหน้าที่พยามยามให้จริงจังอย่างที่สุด แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับจินอย่างสิ้นเชิง
“แล้วจินจะรีบกลับ”
“ไม่ต้องหรอก นายทำงานไปเถอะ ไว้ค่อยเจอกันวันหยุดหน้าดีกว่า”
“ทำไมล่ะ!” ร่างสูงรุกคืบ พรวดเดียวก็ดึงตัวคาเมะมากอดไว้ได้อย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กคร้านจะต่อต้านเพราะรู้ดีว่าคำขาดของตนคงทำให้จินหงุดหงิดไปทั้งวัน หรืออาจจะมากกว่านั้น
“เพราะเรามีสัมมนานะสิ ไม่มีเวลาว่าง...จะได้มา...นั่นละ แล้วนายก็ต้องกลับไปทำงาน อีกอย่างเจอกันบ่อยๆ มันเสี่ยงกับการที่คนอื่นจะเห็นนะ ทีนี้เข้าใจหรือยังคุณนักร้องดัง” ดูก็รู้ว่าจินไม่อยากเข้าใจ แต่สายตากับคำพูดเฉียบขาดของเซนเซหน้าใสยังมีอิทธิพลกับจินเสมอ ยิ่งเพิ่งกลับมาคืนดีกันเพียงแค่ชั่วข้ามคืนจินจะมีปัญญาที่ไหนไปต่อต้านคาเมะได้ละ
“แต่จินคิดถึงคาเมะนิ ไม่อยากห่างกันเลย เราไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วยังมาทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดอีก จินทรมานมากคาเมะรู้ไหม” เจ้าตัวกดหน้าคาเมะให้ซุกอยู่กับอกแล้วก็พร่ำถ้อยคำตัดพ้อจนคนฟังเริ่มอ่อนใจ
“เราขอโทษ...เราเองก็ทรมานเหมือนกัน” ได้ยินเสียงกระซิบอู้อี้อยู่กับอกจินก็ใจคอไม่ดี เขาแค่อยากแกล้งคนรักเล่น ไม่ได้คิดจริงจังจนทำให้เซนเซต้องสะเทือนใจถึงเพียงนี้
“โถ่ คาเมะ จินไม่ได้ตั้งใจ แค่ล้อเล่น คาเมะอย่าคิดมากสิ” ใบหน้าเล็กยังคงซุกอยู่กับอกพอได้ยินเสียงจินชัดเจนคาเมะก็ทุบกำปั้นลงกับหลังชายหนุ่มเต็มแรงเหมือนกัน
“ระหว่างเรามันยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ใช่ไหม...ที่รัก...” เมื่อคาเมะไม่ตอบจินก็ถือเอาว่าเซนเซเห็นดีด้วย นักร้องดังงัดปลายคางให้ใบหน้าเรียวเงยขึ้นก่อนจะปิดผนึกคำพูดของตัวเองด้วยการวาดจุมพิตลงบนกลีบปากแดงจัดที่เผยอรับอย่างเต็มใจ คาเมะเบียดร่างเข้าหาเรือนกายสูงใหญ่ พยายามใช้สัมผัสทดแทนคำพูดที่ไม่สามารถเปล่งออกมาได้ และดูเหมือนเด็กหนุ่มจะประสบความสำเร็จกับมันอย่างยิ่งยวด เมื่อจินส่งเสียงครางแหบพร่าด้วยอารมณ์เต็มตื้น
“จินรักคาเมะ...รักจริงๆ”
เป็นเวลานานกว่าสัปดาห์แล้วที่จินไม่ได้เจอหน้าคาซึยะ
ครั้งสุดท้ายที่พบกันก็คือเช้าวันเดียวกับที่จินถูกเซนเซไล่ให้ไปทำงาน จากนั้นเขาก็ถูกตารางงานอันแน่นเอียด ทั้งเดินสายโปรโมทซิงเกิ้ล ถ่ายแบบนิตยสาร อัดรายการโทรทัศน์ของแต่ละสถานี รับรางวัลจากสำนักต่างๆ ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบสิ้น แล้วไหนจะงานการกุศลเพื่อสังคมอีก ถ้าแยกเป็นสองร่างได้จินจะไม่รอช้า จะพาตัวเองบินตามคนรักไปยังบ้านเกิดเสียเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องมานั่งรอเวลาเคลียร์งานรวมไปถึงรอให้ฮิโรกิว่างอีกคน
“พี่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้วหรือยังฮิโระ ผมให้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ถ้ายังไม่เรียบร้อยผมจะไปเอง!”
“เฮ้ย ไอ้น้องบ้า จะมาทิ้งกันกลางทางได้ยังไง เหลือแค่เขียนคอลัมน์อีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว ไม่เกินครึ่งชั่วโมง” คอลัมนิสต์ประจำค่ายว่าพร้อมกับก้มหน้าลงสนใจกับแป้นพิมพ์ พยายามรวบรวมสมาธิให้อยู่กับงานได้อย่างยากลำบาก เพราะในใจมันเอาแต่ท่องว่าจะพลาดไฟลท์บินนี้ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด!
“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ถ้างานพี่ยังไม่เสร็จแล้วจองไฟลท์นี้ทำไม เอางี้ดีไหม ผมจะบินไปก่อนแล้วพี่ค่อยเลื่อนไปไฟลท์ถัดไปแทน...โอเค?”
“ไม่ได้! ยังไงก็ไม่ได้ ฉันจะไปกับนาย อย่าลืมนะไอ้จินถ้าไม่ใช่เพราะฉันนายก็ไม่มีทางได้บินหรอกนะ จำได้ไหม” มันคือความจริงที่จินไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะฮิโรกิทั้งขอร้อง(แกมบังคับ) อ้อนวอน รวมถึงให้คำรับรองเป็นมั่นเหมาะว่าจะดูแลให้นักร้องดังอยู่ในกรอบและไม่ให้ใครรู้เด็ดขาดว่าจินไปทำอะไรที่โอกินาว่า ทำให้ผู้ใหญ่ทางค่ายยอมอนุญาตให้จินบินตามคนรักไปยังบ้านเกิด ฮิโรกิยังต้องเจียดเวลาอันน้อยนิดเพื่อเขียนข่าวให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า นักร้องดังเดินทางไปประเทศอเมริกา
“รู้แล้วน่า เร่งมือเข้าเถอะ เดี๋ยวก็ตกเครื่องจริงๆ หรอก” ฮิโรกิหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาที่คิ้วแทบจะพันกัน ความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ครั้งที่เข็มนาฬิกากระดิก ความหงุดหงิดที่ไม่ได้มาจากความล่าช้าของฮิโระ เพราะถึงยังไงเวลาเครื่องออกมันก็ยังเหลืออีกร่วมสามชั่วโมง...ความหงุดหงิดที่น่าจะเป็นผลมาจากภาพข่าวกอซซิปจากแฟนคลับมากกว่า!
“คิดมากน่า คาเมะเค้าสนิทกับครอบครัวนั้น อาจจะแค่แวะไปเยี่ยมตามประสาคนรู้จัก” คอลัมนิสต์ประจำค่ายกล่าวลอยๆ ไม่ยอมหันไปมองหน้าคนอีกคนที่ยังนั่งนิ่งจมอยู่ในความคิดของตัวเองตามลำพัง
โอกินาว่าในช่วงต้นเดือนแปดอากาศร้อนเสียจนฮิโรกิบ่นอุบ เพียงแค่ก้าวแรกที่ออกจากประตูเครื่องบิน คณะเดินทางเพื่อถ่ายทำโฆษณาตัวใหม่ที่มีนักร้องชื่อดังภายใต้สังกัดใหญ่เป็นพรีเซนเตอร์ก็ถูกกวาดต้อนออกจากห้องพักผู้โดยสารปกติเพื่อเดินทางไปยังห้องพักผู้โดยสารระดับวีไอพี ฮิโรกิมีเวลาได้มองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังในชุดเสื้อยืดสีดำและแจ็กเก็ตหนังสีเดียวกันของพรีเซนเตอร์คนใหม่ก่อนที่ใครคนนั้นจะเดินหายไปในกลุ่มของสต๊าฟ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญที่ฮิโระเลือกไฟลท์บินนี้ เขาจงใจเสียยิ่งกว่าครั้งใดแต่ก็นั่นละ ความสามารถของฮิโรกิมีเพียงการจองไฟลท์บินเดียวกับใครคนนั้น ได้นั่งชั้นเดียวกันก็จริงแต่ก็ต้องคอยระวังตัวเองรวมถึงคนที่เดินทางมาด้วยไม่ให้กลายเป็นจุดสนใจ ได้นั่งมองแผ่นหลังเป้าหมายมาตลอดชั่วโมงก็ยังดีกว่าไม่ได้เห็นอะไรเลยละ
“อย่างนี้นี่เอง มิน่าถึงต้องเป็นไฟลท์นี้ สืบมาแล้วอย่างดีละสิ” เพราะมัวแต่ชะเง้อคอมองคณะถ่ายโฆษณาเลยเผลอลืมไปว่ายังมีร่างสูงของใครอีกคนเดินตามมาข้างหลัง จินดันกระเป๋าเดินทางชนเข้ากับข้อพับจนร่างเพรียวทรุดฮวบ คนหล่อเหยียดยิ้มสะใจที่แกล้งจนอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอาย
“ไอ้เด็กบ้านี่...มันเจ็บนะโว้ย เกิดฉันหกล้มหน้าเสียโฉมไปใครจะรับผิดชอบ!”
“คนที่เค้าอยากรับผิดชอบน่ะมีแน่ แต่ทำไมพี่ถึงไม่ยอมให้เค้ารับผิดชอบนะฮิโระจัง...ทำไมถึงได้ไปชอบคนที่...อยู่ห่างไกลขนาดนั้น อย่างนี้ที่โบราณท่านว่า ใกล้เกลือกินด่างชัดๆ” คนเป็นพี่ตวัดตามองอย่างจริงจัง รู้ทั้งรู้ว่าน้องหมายถึงอะไร และใคร แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ยิน เขาไม่ใช่พวกงมงายยึดคติรักคนที่เขารักเราดีกว่า แต่ฮิโระชอบคนที่พอใจจะชอบต่างหาก
“ฉันรู้แล้วว่านายมีเมียเป็นว่าที่อาจารย์สอนภาษาและวรรณคดี ไม่ต้องย้ำหรอก แล้วก็นะ ช่วยทำหน้าตาให้เหมือนนักร้องดังน้อยหน่อย พยายามยิ้มเยอะๆ ตาน่ะไม่จำเป็นก็อย่าดุมากนัก หมวกก็ด้วย ช่วยใส่ให้เหมือนคนปกติทั่วไปหน่อยเถอะ ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองนะเด่นจะแย่ เกิดมีคนจำได้ขึ้นมาจะซวย ไปกันได้แล้ว” คนหน้าหวานจบประโยคด้วยการกระแทกลมหายใจให้รู้ว่าเหนื่อยกับการบ่นยืดยาวที่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลอะไรสักเท่าไหร่เพราะจินก็ยังทำเฉย เดินนำไปด้วยสีหน้าแฝงรอยยิ้มของมนุษย์ผู้มั่นใจในตัวเองระดับสูงสุด
“เถอะ! ถ้าคาเมะยังโกรธเรื่องที่ตามมา ฉันจะหัวเราะให้ฟ้าสะเทือนเลยคอยดู!”
ความตั้งใจที่จะเข้าพักในโรงแรมเดิมกับที่เคยมาพักเมื่อปีก่อนเป็นอันต้องพับเก็บ ฮิโรกิยื่นคำขาดให้จินไปเปิดห้องพักที่โรงแรมในย่านเดียวกันแต่ไม่ใช่ที่เดิมเพราะโรงแรมนั้นถูกจับจองด้วยคณะศิลปินจากค่ายยักษ์ใหญ่ และมันเสี่ยงเกินไปที่จะเดินเข้าออกภายในโรงแรมที่มีแฟนคลับล้อมหน้าล้อมหลัง สิ่งที่เพิ่งได้รับรู้มาใหม่นี้ยิ่งเพิ่มกระแสหงุดหงิดให้กับจินมากกว่าเดิม การที่เขายังไม่มีโอกาสได้เจอกับคนรักทันทีมันก็หน่วงในอกมากพออยู่แล้ว นี่ยังต้องมารับรู้ว่าเซนเซพักอยู่ที่เดียวกันกับนักร้องต่างค่าย ชายหนุ่มก็ยิ่งเครียด
“แค่คืนเดียวเองน่า อย่าคิดมากไปเลย”
“แต่ผมอยากเจอเค้า” ฮิโรกิมองเด็กหนุ่มตัวสูง หน้าหล่อ ปากแดงกระแทกร่างลงบนโซฟาในห้องพักแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งเหนื่อยหน่ายมากพอๆ กับอ่อนใจ
“ทำไมผมต้องนอนที่นี่คนเดียวในขณะที่พี่ได้ไปนอนกับคาเมะที่โรงแรมนั้นละ แบบนี้มันเอาเปรียบกันนี่” ถูกกล่าวหาขั้นร้ายแรง ฮิโรกิเลยยกมือขึ้นเท้าสะเอวทอดสายตามองเด็กเอาแต่ใจพยายามเก็บกลั้นความหมั่นไส้ไว้ให้มากที่สุด
“ฉันกับคาเมะไม่ใช่คนดังที่มีแฟนคลับเป็นร้อยเป็นพันนี่ ไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ ก็พบกันได้ แล้วอีกอย่างเรานอนแค่คืนเดียว จะต้องเช็คอินห้องเพิ่มขึ้นอีกทำไม พรุ่งนี้ก็ได้เจอกันแล้ว คราวนี้นายจะนอนที่ไหนรับรองว่าฉันจะไม่ห้ามแกเลยไอ้จิน ทีนี้ก็ช่วยทำตัวเป็นคนดีที่เข้าใจอะไรง่ายๆ หน่อย เพิ่งคืนดีกันมาไม่ใช่หรือไง อยากหาเรื่องทะเลาะแล้วไม่ต้องเจอหน้ากันอีกสักสามเดือนไหมละ ไอ้เด็กบ้านี่” คนตัวสูงฝังใบหน้าลงกับโซฟาตัวใหญ่ในห้องยกหมอนใบเล็กขึ้นปิดกั้นเสียงบ่นของพี่ชายหน้าหวานด้วยท่วงท่าที่ฮิโระเห็นแล้วนึกอยากเหยียบมากกว่าเอ็นดู
“ไปละนะ อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม แล้วก็อย่าก่อเรื่องละ” จินไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่ปล่อยให้ฮิโระเข้าใจเอาเอง คอลัมนิสต์ที่ต้องกลายร่างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งทำหน้าเหนื่อยก่อนจะก้มลงหยิบสัมภาระของตัวเองมาถือไว้ หากก็ยังไม่ทันมือหนาที่เอื้อมมารั้งไปถือไว้เสียเอง
“ผมจะลงไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอก นายอยู่บนห้องนี่แหละ ถ้ามีคนเห็นนายอยู่แถวนี้ก็ให้เค้าเข้าใจว่านายมาคนเดียว ดีกว่าเจอนายอยู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันขี้เกียจตามแก้ข่าวตัวเอง” คราวนี้ร่างสูงกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
“โว้ย! อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง” หมาตัวโตออกอาการฮึดฮัดขัดใจกับทุกอย่างแต่พี่เลี้ยงจำเป็นกลับยกไหล่บอกโดยง่าย
“อยากเกิดมาเป็นนักร้องดังเอง ช่วยไม่ได้ ฉันไปละ!”
(คาเมะ คาเมะอยู่ที่ไหน)
“เราอยู่ที่โรงแรม กำลังจะออกไปงานเลี้ยง มีอะไรหรือเปล่า”
(คิดถึง ฮิโระจังห้ามไม่ให้จินออกไปไหน ห้ามไม่ให้ไปหาคาเมะ ตอนนี้จินจะคลั่งตายอยู่แล้ว คาเมะมาหาจินหน่อยได้ไหม นะ!) คาซึยะเหลือบมองคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงกว้างพร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุคที่สู้หอบหิ้วเอามาด้วย เพื่อนรักกำลังคร่ำเคร่งกับการตามเช็คข่าวทั้งที่เป็นหน้าที่และนอกเหนือจากงานในหน้าที่
“ไม่ได้หรอก จะทิ้งฮิโระไว้คนเดียวได้ยังไง” ได้ยินชื่อตัวเองจากปากเพื่อนฮิโรกิก็ผงกศีรษะมองมาเสียครั้งหนึ่ง ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา คนโง่กว่าเขาหลายเท่าก็คงรู้ดีว่าคาเมะกำลังคุยกับใคร
(แต่จินก็อยู่คนเดียวนะ ทำไมคาเมะไม่เห็นห่วงบ้าง)
“ก็เพราะห่วงนี้ไงถึงต้องให้นายอยู่คนเดียว...อ๊ะ แค่นี้ก่อนนะดูเหมือนจะมีคนมาตามแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน” มือขาวกดตัดสัญญาณเดินไปวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงพร้อมกับหันมาบอกเพื่อนง่ายๆ ว่า “เราไม่เอาโทรศัพท์ไปนะ ขี้เกียจถือ งานเลี้ยงในโรงแรมนี่เองรับรองว่ากลับไม่ดึก”
“แล้วถ้าจินโทรมาล่ะ”
“ฮิโระรับแทนเราได้เลย” ฮิโรกิทำหน้าเบ้ ส่ายหัวด๊อกแด๊กให้รู้ว่าจะไม่ให้ความสนใจกับการก่อกวนจากน้องชายเด็ดขาด
“เราจะรีบกลับ”
“ระวังตัวนะ อย่าให้มีภาพหลุดกับศิลปินรูปหล่อออกมาอีกละ อากาศร้อนๆ หมามันบ้าเอาได้ง่ายๆ นา” เซนเซส่งเสียงหัวเราะก่อนจะทิ้งร่างเพรียวไว้ตามลำพังเปิดประตูห้องออกมาก็พบรอยยิ้มจากคนเป็นป้าที่มาพร้อมกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“อ้าว เคตะก็มาด้วยหรือเนี่ย นึกว่าอยู่ในงานเลี้ยงแล้วเสียอีก”
“แวะมารับคาเมะจังพร้อมกับโอกาซัง จะได้ไปด้วยกันเลย” ฮิโระได้ยินเพียงเท่านั้นแล้วเสียงของบุคคลทั้งสามก็ค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อประตูห้องถูกปิดสนิท คอลัมนิสต์เหลือบมองโทรศัพท์เครื่องเล็กของเพื่อนที่ทิ้งไว้ในห้องแล้วก็ทำปากยื่นกับหน้าจอโน้ตบุ๊ก อากาศร้อนจัด หมาบ้าจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
การเดินทางสู่รีสอร์ทท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นควรจะเป็นไปด้วยดี คณะเดินทางที่ควรจะประกอบด้วย จิน ฮิโรกิ และคาซึยะ กลับขาดคนสุดท้ายไปด้วยเหตุปัจจุบันทันด่วน เซนเซจำต้องผิดนัดปล่อยให้เพื่อนรักนั่งไปในรถตู้กับจินตามลำพังพร้อมยืนยันว่าจะรีบตามไปในทันทีที่ส่งคุณป้าขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย ฮิโรกิเข้าใจและไม่กล่าวว่าอะไรแต่หมาบ้าที่รออยู่ในโรงแรมใกล้ๆ คงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ฮิโรกิคิดไว้อย่างนั้นแต่พอเจออาการนิ่งเงียบของนักร้องหนุ่ม ไม่มีการโวยวาย ไม่แสดงความหงุดหงิด ไม่มีอารมณ์กรุ่นโกรธในน้ำเสียงยามออกปากรับฟังเหตุผลความจำเป็นของคนรักที่ฝากมาถึง
“แต่คาเมะบอกว่าให้พี่ชายรออยู่ที่โน้นแล้ว เราคงไม่ลำบากเท่าไหร่”
“พี่จุนมาด้วยหรือครับ” ฮิโรกิพยักหน้ารับคำแล้วก็นึกขำ ในขณะที่เขายังไม่คิดจะเรียกมัตสึจุนว่าพี่เหมือนอย่างที่เพื่อนรักแนะนำ แต่หมาบ้าที่นั่งเงียบเยื้องไปทางด้านหลังกลับเรียกได้อย่างสนิทปาก มันไปสนิทชิดเชื้อกับเค้าตอนไหนฮิโรกิก็คร้านจะสนใจ สงสัยคงเป็นช่วงที่เขายุ่งกับงานแล้วมันมีเวลาว่างไปนัวเนียเซนเซคู่ใจนั่นแหละ
“เห็นว่ามาพร้อมกัน แต่ไปตระเวนเที่ยวก่อน คาเมะเลยชวนมาพักที่รีสอร์ทด้วยกัน คนเยอะๆ สนุกดี” หมาบ้าของคาเมะพยักหน้ารับรู้แต่ไม่ติดใจสงสัยซักถามซึ่งก็เป็นเรื่องผิดคาดอีกเช่นกัน จินหลับไปตลอดการเดินทางสามชั่วโมงก่อนจะตื่นขึ้นอีกครั้งโดยการเขย่าปลุกของฮิโระ
“จิน ไม่สบายหรือเปล่า...อากาศร้อนมากด้วยสิ” มือบางแตะไปบนท่อนแขนที่โผล่พ้นออกมานอกชายเสื้อยืดคล้ายต้องการเทียบอุณหภูมิ น้องชายเขาเงียบขรึมเพราะอารมณ์ไม่ดีหรือมีอาการไข้กันแน่
“ผมไม่เป็นไร แค่ง่วงนอน พี่อย่าห่วงเลย” บอกแล้วก็กระโดดลงมายืดเส้นยืดสายบนพื้น
“พี่จุน สวัสดีครับ” เป็นอีกครั้งที่ฮิโรกิโดนใบหน้าคมคาย ริมฝีปากสีแดงจัด และดวงตาคมหวานของมัตสึโมโต้ จุนหยุดลมหายใจไว้ชั่วขณะ พี่ชายของคาเมะยังหล่อเหลาเหมือนเดิม รอยยิ้มนั้นดูสว่างสดใสสู้กับแสงแดดที่กำลังแผดแรงในช่วงก่อนเที่ยงวัน
“เป็นไงกันบ้าง เมื่อกี้คาซึยะโทรมาบอกว่ากำลังออกเดินทางมาแล้ว อีกเดี๋ยวคงถึง...เรารีบเข้าข้างในกันเถอะ ตรงนี้แฟนคลับเริ่มเยอะแล้วดูเหมือนจะมีถ่ายโฆษณากันหรือไงนี่แหละ” ฮิโรกิร้อง ฮึ ในคอ แทนที่จะเดินเข้าข้างในอย่างที่ชายหนุ่มบอกกลับเอาแต่เหลียวซ้ายแลขวาไปรอบทิศ
“เค้าจะถ่ายกันที่นี่เลยหรือครับ”
“ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจแต่เห็นแฟนคลับเยอะเลยที่มาเปิดห้องพักที่โรงแรมนี้ รู้สึกที่มากันจะเป็นนักร้องนะสามคน ฮิโระกับจินอาจจะรู้จักละมั้ง” จินอมยิ้มใส่ตาพี่ชาย ส่วนฮิโรกิได้แต่กัดปากแน่น เป้าหมายการเดินทางมาโอกินาว่าของคนหน้าสวยอยู่ตรงหน้านี่เอง ทันทีที่ทีมงานและบอดี้การ์ดเดินนำร่างของนักร้องทั้งสามคนออกมา ร่างผอมเพรียวก็ฉากหลบไปอยู่ด้านหลังของน้องชายทันที จินร้องอ้าวในคอแล้วก็ต้องพยายามทำตัวให้เด่นน้อยที่สุด นักร้องหนุ่มก้มหน้าต่ำหลบสายตาคนทุกคนอย่างที่ไม่เคยทำ ตรงนั้นเลยมีแค่มัตสึจุนที่สามารถยืนมองไปยังชาวคณะทั้งหมดด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม
“สรุปว่ารู้จักไหมครับ” เมื่อฮิโรกิไม่พูดแถมยังเอาแต่กำชายเสื้อยืดของน้องชายจนแทบขาดติดมือ จินเลยหันไปตอบคำถามเสียเอง “รู้จักครับ แต่ผมรู้จักแค่ในฐานะเพื่อนร่วมวงการ ส่วนฮิโรน่ะ...รู้จักดีเลยครับ” ฮิโรกินเงยหน้าขวับตาคู่สวยวาววับราวกับจะเชือดจินออกเป็นชิ้นๆ เจ้าของร่างเพรียวส่งเสียงต่อว่าในลำคอก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง แน่นอนว่าเป็นคนละทางกันกับที่คณะศิลปินต่างค่ายเพิ่งลับหายไป
เสียงเคาะประตูไม่ได้ทำให้จินกระตือรือร้นที่จะลุกจากเก้าอี้ริมระเบียง บุหรี่ในมือลดลงกว่าครึ่งโดยการเผาไหม้ของตัวมันเองมากกว่าการดูดกลืนเข้าสู่ปอดอย่างที่ควรจะเป็น ชายหนุ่มเจ้าของห้องรอจนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะเป็นครั้งที่สามจึงกดมวนบุหรี่ในมือลงกับที่กระถางเล็กที่เตรียมไว้ ลากขามายังประตูห้องด้วยความรู้สึกกึ่งเหนื่อยกึ่งรำคาญใจเมื่อคิดเอาว่าคงหนีไม่พ้นพี่ชายตัวดีจอมป่วนที่คงมาเคาะเพื่อถามอาการเจ็บป่วยที่เจ้าตัวคิดเอาเอง...ร่างเล็ก ผิวขาวจัดในชุดกางเกงสี่ส่วนกับเสื้อยืดพอดีตัวที่กำลังยืนยกยิ้มอยู่ด้านหลังประตูกลับทำให้ความคิดหยุดชะงักไปชั่วครู่
“ได้ข่าวว่าไม่สบาย เป็นอะไรมากหรือเปล่า” นักร้องดังไม่พูดว่าอะไร ไม่มีการทักทายการมาถึงของคนตรงหน้าด้วยซ้ำ ร่างสูงถอยเท้าเปิดทางให้คนรักเดินผ่านเข้ามาในห้องก่อนจะงับประตูลงพร้อมกับอาการเต้นแรงของก้อนเนื้อในอก มือหนาอยากกระชากร่างเล็กเข้ามาแนบชิด แสดงความรักอย่างที่โหยหามาตลอดสัปดาห์ แต่อะไรบางอย่างในสมองมันร้องสั่งให้จินเฉยไว้ สิ่งที่คาเมะได้พบเห็นจึงมีเพียงความนิ่ง เงียบจนผิดสังเกตของคนตัวโต
“ว่าไง ปวดหัวหรือเปล่า” มือเย็นแตะลงบนซอกคอหนา สัมผัสแผ่วเบาแต่แทบฉีกทึ้งความยับยั้งชั่งใจให้ขาดสะบั้นลงได้ในทันที
“ไม่เป็นไร แค่อากาศร้อนมากไปหน่อย” คาซึยะขมวดคิ้วมุ่นมองคนตัวสูงอย่างสำรวจตรวจตรา ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแสดงออกถึงความยินดี ไม่มีรอยยิ้ม น้ำเสียงห้วนกระชากฟังแปร่งหู ร่างเล็กเอียงคอมองใบหน้าหล่อเหลาแววตาแสดงออกถึงความข้องใจชนิดไม่ต้องเสียเวลาปิดบัง
“แน่ใจนะว่าแค่อากาศร้อน ไม่ได้เกี่ยวกับอย่างอื่น” ถามแล้วก็คอยจับตามองทุกความเคลื่อนไหว แทบจะนับวินาทีรอเลยด้วยซ้ำ พอจินพยักหน้ารับคำคาซึยะก็ต้องรีบบอกให้ตัวเองใจเย็นลง ใจเย็นทั้งที่เห็นกันชัดๆ ว่าจินกำลังไม่พอใจ สาเหตุก็ไม่ต้องไปตามสืบให้วุ่นวายเพราะมันเจิดจ้าอยู่ในหน่วยตาคม ดวงตาคู่นั้นกล่าวโทษมีทั้งตัดพ้อและขุ่นเคือง น่าเสียดายที่คนอย่างเซนเซไม่ชอบง้อใครเสียด้วย
“งั้นก็ดีแล้ว...ถ้านายไม่ได้เป็นอะไรเรากลับละ จะพาฮิโระไปตามหากองถ่ายโฆษณา” พูดจบแล้วก็เตรียมหันหลังอย่างไม่ใยดีอีกต่อไป คนที่เอาแต่ยืนนิ่งทำตัวเป็นรูปปั้นไร้อารมณ์มาตลอดหลายนาทีก็รีบร้อนเอื้อมมือออกรั้งร่างเล็กให้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว คาเมะทำได้แค่เงยหน้ามองริมฝีปากเผยอน้อยๆ เลยกลายเป็นผลดีกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่นาบลงมาอย่างด้วยความรุนแรงแห่งอารมณ์คิดถึงมากมาย ดุดัน ร้อนระอุและหิวกระหายในเวลาเดียวกัน กลิ่นบุหรี่เจือกลิ่นกายพัดพรูเข้ามาในปาก ไม่บ่อยนักที่คาเมะจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นรสของบุหรี่ผ่านทางริมฝีปากหนาจึงไม่รู้ว่ามันมีอำนาจพาให้วาบหวามใจยิ่งนัก ไม่นานร่างกายของอาจารย์ก็อ่อนเป็นวุ้นอยู่ในวงแขนที่รัดแน่นหนา จินรั้งสะโพกเพรียวจนเรือนกายแนบชิดจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตะโบมกดฝ่ามือลงบนแก้มก้นซ้ายขวาของคาเมะราวกับต้องการลงทัณฑ์ความผิด เสียงคนเสียเปรียบครางอื้ออึงเฝ้าดึงดันจะถอยห่างด้วยความตกใจปนขัดเขินมากกว่าเจ็บปวด
“ทำอะไรน่ะ!” รอยยิ้มร้ายกาจผ่านแวบมาบนเรียวปากได้รูป ดวงตาคมทอแสงอ่อน ลึกซึ้ง ลุ่มหลงเมื่อมือหนาสามารถสอดเข้าสัมผัสกับผิวเนื้อใต้ร่มผ้าได้สำเร็จ กางเกงตัวเล็กถูกรูดลงไปนอนอ่อนแรงอยู่ที่ข้อเท้าด้วยความรวดเร็วทำลายสถิติโลก แก้มเนียนแดงปลั่งเมื่อพบว่าแสงสว่างของพระอาทิตย์ยามบ่ายที่กำลังคล้อยต่ำทำให้มองเห็นทุกอย่างชัดเจนนัก อากาศในห้องแม้จะถูกปรับระดับจนเย็นสบายแต่ผิวเนื้อกลับวูบวาบ ร้อนจัดราวกับยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดของพระอาทิตย์ดวงโต จินยังบีบเค้นลงแรงกับผิวเนื้อเนียนจนเด็กหนุ่มแข้งขาอ่อน ต้องเอนกายเข้าหาร่างสูงใช้เป็นที่พักพิงเปิดโอกาสให้จินโลมเล้าเอาแต่ใจได้อย่างเต็มที่ หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต้านทานเพราะในใจลึกๆ แล้วก็โหยหาสัมผัสจากจินยิ่งนัก
“ยังร้อนอยู่หรือเปล่า” มือใหญ่ขยับขึ้นสูง สอดผ่านเสื้อยืดเนื้อบางจนมันถลกร่น ใบหน้าเล็กซุกซบอยู่กับอกกว้าง ฟันคมงับลงบนเสื้อของจินเป็นการปิดกั้นเสียงร้องครางต้อนรับการรุกรานของปลายนิ้วแข็งบนยอดอกเม็ดเล็ก มือทั้งสองข้างของจินทำหน้าที่ได้อย่างสามัคคีนัก ข้างหนึ่งลูบไล้ต้นขาส่วนอีกมือก็วนเวียนสลับสับเปลี่ยนอยู่ระหว่างแผ่นอกทั้งสอง
“เนื้อตัวคาเมะร้อนจัง จินก็ร้อน ช่วยหน่อยได้ไหม” อาจารย์คนเก่งเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว พอจินแตะต้องกดคลึงยอดอกจนแข็งชันคาเมะก็สอดมือผ่านเสื้อยืดของอีกฝ่ายวาดฝ่ามือแตะต้องไปทั่วร่างหนาอย่างคนจิตใจกระเจิดกระเจิง ไม่นานชายเสื้อยืดขอนักร้องหนุ่มก็เลิกสูงพอให้คาเมะได้ฝังฟันคมลงบนแผ่นอกเรียบตึง รางวัลที่ได้รับเป็นเสียงครางยาวลึกราวสัตว์บาดเจ็บ
“อย่า...ไม่ต้องหยุด คาเมะอยากทำอะไรก็ทำได้เลย” เสียงทุ้มแหบพร่ายามร้องห้ามเมื่อคาเมะทำท่าจะผละหนี เด็กหนุ่มตระหนกกับความรุนแรงในอารมณ์ของตัวเองได้ยินเสียงจินครางลั่นก็นึกเอาว่าคงเผลอทำให้ชายหนุ่มเจ็บ แต่พอเขาบอกให้เดินหน้าคาเมะก็เริ่มเงอะงะ ความอายเริ่มเกาะกุมเมื่อตัวเองแสดงออกถึงความต้องการอัดแน่นในส่วนลึกของจิตใจออกมามากเกินไป
“ไปที่เตียงเถอะ จินอยากให้คาเมะช่วย นะ”
--------
-----
เป็นเวลาดึกสงัดแล้วเมื่อฮิโรกิตัดสินใจว่าเขาควรกลับขึ้นห้องพักเสียทีหลังจากตรากตรำเฝ้ามองดูไอดอลในดวงใจถ่ายโฆษณามาตลอดทั้งบ่าย แฟนคลับจำนวนหนึ่งยังหลงเหลืออยู่ในบริเวณล็อบบี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กสาวที่เปิดห้องไว้ในโรงแรมแห่งนี้ ฮิโรกินั่งอยู่ในมุมที่เรียกว่าลับตาที่สุด บนโต๊ะมีโน้ตบุ๊กอ้าไว้ข้างๆ กันคือโกโก้แก้วใหญ่ แสร้งทำเป็นสนใจกับหน้าจอขนาดไม่เกินกระดาษเอสี่มาเนิ่นนาน อ่านอะไรไม่รู้เรื่องสักอย่างเพราะจิตใจมันคอยกระหวัดไปทางประตูทางเข้า และในทุกๆ ครั้งของการเปิดออกของประตูคนหน้าสวยก็จะแหงนเงยไปมองสักครั้งด้วยหัวใจที่พองโต และทุกครั้งมันก็เหี่ยวฟีบลงอย่างรวดเร็ว เขารอมาเกือบสองชั่วโมงอย่างเปล่าประโยชน์ตัดสินใจแน่วแน่บอกให้ตัวเองเชื่อว่ามันถึงเวลาแห่งการพักผ่อนแล้ว ไอ้การจะมานั่งรอเพื่อโอกาสในการได้เห็นร่างสมส่วนของใครบางคนก่อนนอนมันดูไร้สาระเกินไป เพราะถึงยังไงฮิโรกิก็ไม่สามารถแสดงตัวต่อหน้าคนๆ นั้นได้อยู่ดี
บรรยากาศในช่วงค่ำแตกต่างกับเวลาดึกมากนัก ยามที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างก็พากันเข้าประจำห้องเพื่อนอนหลับพักผ่อนแม้แต่บริเวณทางเดินที่เคยครึกครื้นก็เงียบเหงา มือบางกระชับโน้ตบุ๊กคู่ใจแนบอกลากสองขากลับไปยังทิศทางของลิฟต์โดยสารพร้อมกับถอนหายใจทิ้งด้วยความอัดอั้น...
“ฮิโระ...ฮิโรกิซัง นั่นคุณหรือครับ” พระเจ้าช่วยลูกด้วย! โชคดีแค่ไหนที่ฮิโรกิกระชับมือเข้ากับโน้ตบุ๊กได้ทันก่อนที่เสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งจะดังแทรกความเงียบสงบขึ้นมา เสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่แสนคุ้นเคยแต่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อ ระดับสายตาของฮิโระอยู่ที่พื้นกระเบื้องสิ่งที่เขาพบเป็นอันดับแรกคือรองเท้าแตะ ชายกางเกง ต้นขาแข็งแรง...กว่าจะไล้สายตาจนพบกับใบหน้าที่ติดตรึงอยู่ในทุกห้วงของลมหายใจเข่าก็อ่อนจนแทบเหยียบยืนอยู่ไม่ไหว เพิ่งรู้ว่าร่างกายตนเองอ่อนแอจนแม้แต่อาการช็อคก็สามารถทำให้เนื้อตัวชาดิกได้ถึงเพียงนี้
“นิชิกิโดซัง...” ฮิโรกิได้ยินเสียงอีกฝ่ายผ่อนลมหายใจคล้ายกับโล่งอก จากนั้นรอยยิ้มเท่ในแบบของเรียวก็ปรากฏผ่านใบหน้าคมคาย ริมฝีปากสีแดงสดขยับเป็นรูปน่ามองนัก แว่นกรอบดำที่สวมอยู่ยิ่งส่งให้ไอดอลหนุ่มดูคล้ายกับผู้ชายธรรมดาเสียยิ่งกว่าครั้งใด
“มาทำอะไรที่นี่หรือครับ มาเที่ยวหรือว่าทำงาน” คอลัมนิสต์ฝีปากกล้าของบรรดาเพื่อนร่วมงานกลายเป็นรูปปั้นชั่วขณะ ลิ้นชาจนขยับเป็นคำพูดไม่ได้ในทันที แต่สุดท้ายพระเจ้าก็ยังเห็นใจเขาบ้างเมื่อในที่สุดฮิโระก็สามารถเค้นเสียงออกมาจนได้
“มา...มาเที่ยวครับ แล้วก็...มาหาข้อมูลทำงานด้วย”
“บังเอิญจังนะครับ ผมเองก็มาถ่ายโฆษณาไม่คิดว่าจะมาเจอคุณที่นี่” โอย...ตายละ ฮิโรกิโกหกไม่เก่ง พระเจ้าก็รู้ ยิ่งคนรอบตัวยิ่งรู้ดีว่าจะสามารถหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้ได้เสมอ แล้วนี่เขาต้องมายืนโกหกใส่ผู้ชายที่มีจิตผูกพันด้วย ให้ตายเถอะ ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าฮิโระจะต้องกลั้นลมหายใจอีกนานแค่ไหน เขาว่ายน้ำไม่เก่ง ยิ่งดำน้ำยิ่งไม่เก่งเลย ต้องมากลั้นหายใจนานๆ เกิดเป็นลมขึ้นมาจะมีใครเห็นใจไหม
“ครับ...บังเอิญ มันเป็นความบังเอิญจริงๆ”
“มาอยู่นานไหม แล้วจะกลับวันไหนหรือครับ” ใจนั้นตอบไปแล้วว่ากลับพร้อมกับคุณครับ แต่ปากมันหนักจนไม่สามารถขยับได้อย่างที่ใจนึก(ซึ่งก็เป็นบุญแล้วล่ะ) ขืนเป็นแบบนี้นานๆ เรียวคงคิดว่าเขาเป็นคนสติไม่ดีแน่ๆ
“ก็...คงอีกสักสองสามวันน่ะครับ” ตามมารยาทแล้วฮิโรกิควรถามต่อใช่ไหม นายต้องถามเค้ากลับไม่ใช่หรือไงฮิโรกิ ถามไปสิว่าคุณจะกลับวันไหน “พรุ่งนี้ผมก็ต้องกลับแล้ว น่าเสียดายจังนะครับ อากาศร้อนแต่ทะเลสวยดี”
“ครับ” เรียวคงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของคู่สนทนาได้ในที่สุด จะว่าไปแล้วนี่นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่มีโอกาสได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว ก่อนหน้านี้แม้จะพบเจอกันบ่อยครั้งก็มักอยู่ในฐานะของนักข่าวกับศิลปิน หรือไม่ก็ทำได้แค่ทักทายกันตรงบริเวณทางเดินของสตูดิโอเท่านั้น ทำไมนายไม่รู้จักฉกฉวยโอกาสนะฮิโรกิ!
“ท่าทางฮิโรกิซังคงอยากพักเต็มทีแล้ว ขอโทษที่รบกวนนะครับ” แล้วโอกาสก็หลุดลอยเมื่อเรียวก้มหัวเป็นการอำลา ร่างสมส่วนหันหลังเตรียมเดินจากไปอยู่แล้ว หากแรงผลักในใจกระตุ้นให้ฮิโระรั้งอีกฝ่ายไว้ หาเรื่องมาพูดคุยสร้างบรรยากาศระหว่างกัน เรื่องอะไรก็ได้ แต่ฮิโรกิดัน...กระชากแขนพ่อนักร้องเขาไว้เสียนี่
“ที่ล็อบบี้ยังมีแฟนคลับอยู่อีกหลายสิบคนนะครับ...เอ่อ ขอโทษครับ ผมแค่คิดว่าควรจะเตือนคุณไว้ก่อน” นักร้องหนุ่มวงนิวส์ให้ความสนใจกับมือที่กระชับอยู่บนข้อมือหนา ฮิโรกิกระชากมันกลับคืนราวกับโดนของร้อนลวกใส่ อับอายเหลือจะกล่าว
“ขอบคุณมากครับที่เตือน ผมลืมไปว่าแฟนคลับสาวๆ มักจะอดทนอย่างที่สุด ผมกลับไปนอนเลยดีกว่า ไปด้วยกันเลยไหมครับ” ฮิโรกิกัดปากแน่น กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอพูดหรือทำตัวเป็นคนไร้หัวคิดออกมาอีกระหว่างอยู่ด้วยกันสองต่อสองในตู้สี่เหลี่ยม ประตูลิฟต์ปิดลงมีเพียงแค่ความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ คนหน้าหวานยืนอยู่มุมหนึ่ง ในขณะที่เรียวก็อยู่อีกมุม ห้องพักของนักร้องหนุ่มอยู่ก่อนห้องฮิโรกิ เสียงร้องเตือนของลิฟต์โดยสารดังก้องอยู่ในหูพอประตูเปิดออร่างที่เห็นว่ายืนนิ่งมาโดยตลอดนั้นก็เคลื่อนมายืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเท่จู่โจมระบบการมองเห็นของฮิโระ เสียงทุ้มที่กล่าวถ้อยคำออกมานั้นจับใจคนฟังยิ่งนัก
“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” ร่างเพรียวแทบจะทรุดฮวบทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงอีกครั้ง นิชิกิโด เรียวแห่งนิวส์ เดินออกจากลิฟต์ไปพร้อมลมหายใจและเรี่ยวแรงทั้งหมดของ อุจิ ฮิโรกิ
“คาเมะสนิทกับครอบครัวของทาจิบานะมากไหม แล้วถ้ามาก...มากแค่ไหน” เซนเซถูกเปิดประเด็นด้วยคำถามที่ไม่ทันคาดคิดว่าจะได้ยินจากคนรัก(โดยเฉพาะในเวลาอย่างนี้)คิ้วบางเลิกสูงสีหน้าแววตาบอกว่างุนงง คาเมะยืนอยู่ริมระเบียงในขณะที่จินเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวของทางโรงแรม
“ก็สนิทกันนะ เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นแม่ ทำไมหรือ” จินใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดน้ำจากเรือนผม พอเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิดกับร่างเล็กมือหนาก็หยิบยื่นผ้าในมือให้พร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้เงยหน้ายิ้มประจบแล้วก็รอคอยอย่างสงบเสงี่ยม
“เปล่า จินแค่...อยากรู้” คาซึยะหยุดมือที่กำลังแตะไปบนเส้นผมหนานุ่มสีน้ำตาลเข้มพร้อมกับความคิดที่ว่า ลองเริ่มต้นมาขนาดนี้แล้วคงไม่ใช่แค่อยากรู้อย่างที่พูดจริงๆ หรอก
“แน่ใจนะว่าแค่...อยากรู้” เสียงงวดขึ้นเพราะคาเมะค่อนข้างมั่นใจ เห็นทีเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อนตั้งแต่สองสามวันก่อน ภาพของเขากับเคตะและคุณป้าที่หลุดออกไปทางอินเตอร์เน็ตคงรบกวนจิตใจคนตรงหน้าจนอยู่เฉยไม่ได้ต้องรีบเร่งตามติดมาถึงโอกินาว่า
“อืม”
“อย่ามาโกหกนะจิน!” คาเมะเปลี่ยนผ้าในมือเป็นอาวุธที่ใช้ประทุษร้ายคนตัวโตได้ทันใจนัก นักร้องดังร้องโอยพร้อมกับกระโดดตัวลอยออกจากเก้าอี้ จินยืดตัวเต็มความสูงแล้วจึงหันมาเผชิญหน้ากับเซนเซคนเก่งที่กำลังตีหน้าบอกบุญไม่รับ
“นายไปเห็นอะไรมา...เห็นรูปมาใช่ไหม!” ดวงตาเรียววาววับ คาเมะคาดคั้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จินเลยได้แต่ยิ้มเรี่ยราด อยากปฏิเสธแต่คงไม่ทันแล้วสำหรับตอนนี้
“ก็เห็นรูปด้วย...แล้วก็อยากรู้...ก็เลย โอ๊ย!....” คาเมะฟาดผ้าลงบนช่วงอกที่สาบเสื้อแยกออกเพราะเจ้าตัวผูกไว้แค่หลวมๆ ส่งผลให้เกิดเป็นรอยแดงยาวเป็นเส้นทันตาเห็น
“เจ็บ…”
“สมควรแล้ว ถามอะไรไม่รู้จักคิด”
“ก็เพราะคิดไง จินคิดมาก อยากรู้เรื่องจริงๆ ทำไมในข่าวเขียนว่าคาเมะเป็น...โอ๊ย คาเมะ!”
“จะเชื่อเราหรือเชื่อภาพกับข่าวพวกนั้น” คาซึยะกึ่งโกรธกึ่งอ่อนใจ แน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่าสาเหตุที่ทำให้ต้องรีบบินตามมาถึงโอกินาว่าคงหนีไม่พ้นภาพกับข่าวมั่วซั่วพวกนั้น “ก็ต้องเชื่อคาเมะสิ”
“ก็ลองไม่เชื่อสิ...”
“เช็ดผมต่อนะ จะได้เข้านอนกัน...คาเมะอาบน้ำแล้วตัวหอมจัง ทำไมของจินไม่เห็นหอมเหมือนของคาเมะเลย” จอมเนียนอาศัยความได้เปรียบในการกดไซร้ซอกคอกรุ่น เนื้อผ้าชนิดเดียวกันของชุดคลุมอาบน้ำที่ทั้งคู่สวมอยู่เป็นได้แค่ปราการที่แสนบางเบา คาเมะยันอกหนาไว้เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานคงพ่ายแพ้ต่อพละกำลังและความเชี่ยวชาญของจินอีกจนได้
“ปล่อยสิ จะได้เช็ดผมให้”
“ช่างมันเถอะ ทำอย่างอื่นกันดีกว่า”
“อื้อ นี่มันริมระเบียงนะ เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอก!” คาเมะว่าอย่างนั้นแต่จินกลับยิ้มตาวาวว่าไปอีกอย่าง
“ดึกแล้วก็ยังร้อน เราเข้าไปรับแอร์ข้างในกันเถอะนะ” วิธีการของจินก็คือการรวบร่างเล็กเข้าหาอกกว้าง จากนั้นก็อุ้มคาเมะเข้ามาในห้องอุณหภูมิเย็นฉ่ำเพราะเครื่องปรับอากาศ วางคาเมะลงบนเตียงโดยมีตัวเองทาบทับไม่ยอมห่าง
“โอกินาว่า ร้อนจริงๆ เลยเนาะ”
^''^
--------------
ตอนนี้ต่อเนื่องมาจากตอนที่แล้วนิดๆ...อย่าลืมว่าฟิกเรื่องนี้เป็นฟิกแบบเป็นตอนๆ นะคะ ไม่ได้ต่อเนื่องกันทุกตอนแต่เนื้อหาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าใครที่งงงๆ กับอะไรบางอย่าง(??)อยู่ในตอนนี้ ในตอนต่อๆ ไปก็จะเฉลยไปเรื่อยๆ ค่ะ ไม่ต้องห่วงเนะ(หัวเราะ)
ตอนนี้แอบมีที่เซ็นเซอร์ไปนิดหน่อย(ไม่เยอะนะ นิดเดียวจริงจริ๊ง) ก็ช่วงที่เป็นเส้นประเยอะๆ นั่นแหละค่ะ ยังไงรออ่านในหนังสือเนาะ จะลงตรงนี้ก็แอบเขินหน่อยๆ(ยังจะเขิน?) ก็ได้แต่หวังว่าคงไม่ทำให้เสียอรรถรสไปเท่าไหร่นะคะ

เปรี้ยวมาก คาซึย้าาาา หนูเปรี้ยวมาก ป้าถึงกับน้ำหมากกระฉอกกันเรยทีเดียว
สงสัยฟิคเรื่องนี้จะทำให้คนอ่านเป็นเบาหวานแน่แล้ว ฮ่าๆ
หวานกันแบบไม่เกรงใจฟ้าดินเลย พาสนี้คู่หลักก็ร้อนแรงอีกแล้วนะคะ.. ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้สึกว่าจินหื่นมาก (ฮ่าๆๆๆ)
พาร์ทนี้เห็นการพัฒนาของอารมณ์จินด้วยละ ที่ว่าสัญญากับคาเมะไว้ว่าจะไม่ทำร้าย ก็ไม่ทำร้ายจริงๆ แต่ใช้ความเงียบเข้าหา งอนเป็นเด็กอดขนมไปได้เนอะ น่ารักจริง แฟนเซนเซเนี่ย (กร๊ากก)
แต่คนที่ทำให้ยิ้มมากที่สุด คงหนีไม่พ้น..
นิชิกิโดซัง..
พาร์ทนี้ยิ้มให้คู่นี้แหละค่ะ ตอนแรกก็นั่งลุ้นตั้งนานว่า ใครน้า ทำให้ฮิโระต้องมานั่งรอ อยากเห็นหน้า พอรู้ว่าเป็นเรียวเท่านั้นแหละ ยิ้มหน้าบานกันเลยทีเดียว
น่ารักจังเลยค่ะ พี่เรียวโหมดซอฟท์เนี่ย ฮิโรกิซังคงคลั่งไคล้เรียวซังน่าดู ถึงกับชาดิก พูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
อยากอ่านของคู่นี้อีกเยอะๆจังเลยค่ะ (แอบรีเควส) ฮ่าๆ
น่ารักจังเลยน้า..
#1 By Nmpng (202.29.92.252) on 2011-01-26 04:23